• Mie Dyasha 🍦

Review : DELF Examen A1 (French Proficiency Test) 🇫🇷

Updated: Oct 10, 2019

สวัสดีจ้า เรามี่นะ เย้ๆ กลับมาเจอกันสักที 😙 คิดถึงทุกคนนะ ขอโทษด้วยที่หายไปนาน ขอเริ่มต้นบล็อกแรกของปี 2018 ด้วยการรีวิวการสอบ DELF โดยเลเวลที่เราสอบคือระดับเบื้องต้นหรือ Basic User เลย (แต่มันจะมีอีกอันนึงคือระดับ DILF คือคนที่ไม่เคยเรียนฝรั่งเศสเลยแบบเริ่มจาก 0 จริงๆ ไม่มีพื้นฐาน หรือพื้นฐานไม่แน่น ประมาณนี้)   โดยการสอบวัดระดับภาษาฝรั่งเศส "DELF" มีชื่อว่า DELF Scolaire สำหรับโรงเรียนมัธยมที่เปิดสอนสาย/แผนการเรียนภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทย โดยค่าสอบจะถูกกว่าการไปสอบที่ Alliance Française หรือ AF ซึ่งไปสอบเองราคาคือ 2,100 บาท ส่วนที่เราสอบคือทางโรงเรียนต้องส่งเด็กสอบเอง โรงเรียนเราส่งเด็กสอบทุกปี ราคามันจะอยู่ที่ 600 บาท (ถูกมากกก) แต่!! การที่จะได้รับใบประกาศนียบัตรหรือ Diplôme ก็จะช้าลงเช่นกัน คือสอบเดือนมกราคม ได้ใบประกาศเดือนตุลาคม...  โดยในโรงเรียนเราไม่ได้บังคับสอบ แล้วแต่เด็กนักเรียนสมัครใจไปสอบ แล้วทำไมต้องสอบ DELF ล่ะ?  จริงๆ ถ้าถามเราว่ามันจำเป็นมั้ย สำหรับเราไม่ได้จำเป็นนะ แต่มันก็สำคัญอะ เพราะเราเรียนสายภาษามา เราก็อยากจะทำให้มันดี วัดความรู้ตัวเองไปในตัวด้วย

     ประกาศนียบัตร DELF และ DALF ออกให้โดยกระทรวงการศึกษาแห่งชาติของฝรั่งเศส เพื่อรับรองทักษะทางภาษาฝรั่งเศสให้แก่ ชาวต่างชาติและชาวฝรั่งเศสที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษา ฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการและยังไม่เคยได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยม ศึกษาตอนปลายหรือปริญญาบัตรระดับอุดมศึกษาที่ออกให้โดยราชการฝรั่งเศส ประกาศนียบัตรดังกล่าวแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตามทักษะการเรียนรู้ภาษา CEFR ที่กำหนดโดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันในการวัดความรู้สำหรับ ภาษาเยอรมัน ภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส...

ในแต่ละระดับจะมีการประเมินจาก 4 ทักษะทางภาษา : 

  • 》ทักษะการฟัง👂

  • 》ทักษะการพูด 👄

  • 》ทักษะการอ่าน 📖

  • 》ทักษะการเขียน ✏

เหตุผลที่ควรสอบประกาศนียบัตร DELF/DALF :

  1. ประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการ เป็นที่ยอมรับอย่างสากลทั่วโลก

  2. ประกาศนียบัตรไม่มีกำหนดวันหมดอายุ 

  3. เป็นหลักฐานรับรองทักษะทางภาษาฝรั่งเศสของคุณ

  4. เป็นหลักฐานเพื่อใช้เสริมคุณวุฒิทางภาษาฝรั่งเศสทั้งเพื่อตัวคุณเอง วิชาการ มหาวิทยาลัยหรือในหน้าที่การงาน 

  5. จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้าทดสอบภาษาฝรั่งเศสก่อนสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส (แต่เข้ามหาลัยฝรั่งเศสต้องระดับ B2-C2 นะจ๊ะ)

  6. เป็นการเพิ่มคุณวุฒิทางภาษาสำหรับผู้ที่จะสอบเข้าในมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียน เช่น ประเทศอังกฤษ หรือสหรัฐอเมริกา (แบบจะเรียนสาขา Modern Languages, French Studies, European Studies อะไรเทือกๆ นั้นแหละ)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก AF Thaïlande หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้ติดต่อ AF

  💪🇫🇷 วิธีการเตรียมตัวสอบ 💪🇫🇷

- เวลาอยู่ในห้องเรียน ให้ตั้งใจฟัง จดศัพท์แล้วจำศัพท์ เพราะศัพท์ที่เรียนมีประโยชน์ต่อการสอบมากๆ เช่น เรื่อง Les loisirs, les sports ส่วนแกรมมาร์ไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ แต่จะมีก็ตอนเขียนเนี่ยแหละ มันจะเกิดอาการนึกคำไม่ออก หรือนึก structure ไม่ออก แต่มีตัวอย่างให้ดูพอก๊อปละแถได้ 5555

- ถ้ามีคาบภาษาฝรั่งเศสฟัง-พูด แนะนำให้กล้ายกมือตอบ ยกมือถาม อยากตอบก็ตอบเลย ผิดไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ถือว่าเราพยายามแล้ว

- ลองเขียนแนะนำตัว/ความหวังหรืออาชีพที่อยากทำในอนาคต ทำเป็นไดอารีภาษาอังกฤษ-ฝรั่งเศสดู

จะได้พัฒนาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสไปพร้อมกัน ละก็เอาให้ครูที่สอนภาษาฝรั่งเศสตรวจให้

- ลองหาดาวน์โหลดข้อสอบเก่าๆ จาก CIEP มา โดยหา DELF/DALF + เลเวลที่จะสอบ เช่น B1 + PDF หรือ examination, practice อะไรก็ได้ เอาลิ้งก์มาแปะไว้ให้ CIEP1 (with answer key) , DELF/DALF EXAMPLE ,CIEP2 อะไรแบบนี้- บางคนไม่อยากโหลดก็หาซื้อหนังสือโลดจ้า หาใน amazon.com ก็ได้ อันนี้ยกตัวอย่างหนังสือมาให้ดู ที่ยกตัวอย่างมา เห็นเป็นหนังสือของ CIEP เองเลย

📷 ครูเราส่งในไลน์กลุ่มให้มาเตรียมตัว (ตัวอย่าง)

แถม.... อันนี้ชีทของเพื่อนสนิทจากโรงเรียนนึง  เราขออนุญาตนางมาแล้ว คือ .. ชีทคำศัพท์📷

เอาไปท่องกันนะจ๊ะ



ขอบคุณความใจดีมีน้ำใจจากคุณ TN (ไม่ต้องพยายามหาหรอก นั่นโค้ดลับ)

และ..วิธีจริงที่เราใช้ก็คือ..    

ไม่อ่านหนังสือ เน้นตั้งใจเรียนภาษาฝรั่งเศสในห้องเอา จดศัพท์ เขียนบทเตรียมไปสอบพูดอย่างเดียว เพราะมั่นใจในคะแนนกลางภาคภาษาฝรั่งเศสที่ได้รองท็อปคือ 15 เต็ม 20 มา (//โดนกระโดดเหยียบ) 55555 ไม่แนะนำ ไม่อยากพาคนอื่นดิ่งลงเหวไปด้วยกัน คือเกรดฝรั่งเศสหลักเราไม่มีต่ำกว่า 3 เลย ส่วนมากจะ 3.5 มีแค่เทอมเดียวได้ 4

ไม่รู้ว่าเป็นยังไงไม่เคยใช้เหมือนกัน 555

อันนี้ของระดับ A2

อธิบายการให้คะแนนสอบ บนกระดาษข้อสอบของเราก็จะมีการอธิบายประมาณนี้

(พาร์ทการฟัง 20 นาที 25 คะแนนพาร์ทการอ่านและเขียน พาร์ทละ 25 คะแนน บริหารเวลาเอง ให้เวลาแค่ 1 ชม.เท่านั้น และพาร์ทการพูด ใช้เวลาเตรียมตัว 10 นาที สอบจริง 5-7 นาที 25 คะแนน)

*ระยะเวลาในการสอบทั้งหมด คือ 1.20 ชม.

*คะแนนเต็ม 100 คะแนน พาร์ทละ 25 คะแนน

*คะแนนผ่าน 4 ส่วนและได้ใบประกาศฯ คือ 50 คะแนน

*คะแนนขั้นต่ำต่อพาร์ท คือ 5 คะแนน (แต่ถ้ารวมคะแนน 4 ส่วนแล้วไม่ถึง 50 ก็ไม่ได้ใบประกาศฯจ้า)

ก่อนสอบครูที่โรงเรียนเราจะส่งใบแจ้งว่าแบบสอบอาคารไหน วันไหนกี่โมงมาให้ดูก่อน

ผังโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ตารางเวลาการสอบ DELF และข้อกำหนด

ตารางเช็คชื่อเข้าสอบ

ช่องแรกคือ Numéro หรือเลขที่นั่งผู้สอบ ช่องที่สองคือ Code de candidat หรือรหัสประจำตัวผู้เข้าสอบ

ช่องที่สามคือ Nom (อ่านว่า "นง") คือนามสกุล จะเขียนตัวใหญ่ทั้งหมด เช่น MILLER 

ช่องที่สี่คือ Prénom (อ่านว่า "เพร-นง") คือชื่อจริง จะเขียนตัวใหญ่แค่ตัวแรก เช่น Maria 

ช่องที่ห้า คือ Date de naissance หรือวันเกิด

ช่องที่หกคือ Villle de naissance หรือเมืองเกิด

ช่องที่เจ็ดคือ École หรือโรงเรียนช่องที่แปดคือ Groupe จัดเพื่อสอบทักษะการพูด และ

ช่องสุดท้ายคือเวลา บอกเวลาที่เข้าสอบพูด

ผังห้องสอบพร้อม Code de candidat

ห้องสอบทักษะการพูด

🙂🙂 รีวิวการสอบ DELF A1 🙂🙂

ตึก 60 ปีที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

- สอบที่ตึก 60 ปี (หลังคาสีเขียว แถวสนามฟุตบอล) ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เราสอบห้อง 341 ชั้น 4  - ต้องเข้าห้องสอบตอน 8.30 น. แต่ว่าเริ่มสอบตอน 9.00 น. (ระวังนะ เตรียมมันกว้างใหญ่ไพศาล เราก็หลงมาแล้ว กว่าจะวิ่งขึ้นชั้น 4 เกือบตาย โชคดีที่เขาให้เข้าห้องสอบ ดีที่ได้รุ่นพี่โบว์เหลือง ถามว่าสอบ A1 ปะ เขาขึ้นห้องกันแล้ว ถ้าวิ่งน่าจะทัน)     พอไปถึงปุ๊ป ต้องหยิบบัตรประชาชนหรือบัตรนักเรียน แล้วต่อแถวเพื่อเช็คชื่อ-นามสกุล ละก็รหัสตัวผู้เข้าสอบ ซึ่งยาวมากกกกกก ทีนี้พอถึงตาเรา ก็จะขอดูบัตรประชาชน ถามนามสกุล ละจะมีใบให้เซ็นชื่อ มีชื่อเรา นามสกุล N° ละก็พวก Code  หลังจากนั้นไปเข้าที่นั่ง (ของเราเบอร์ 5) รอเวลาสอบ 9.00 น. ระหว่างนั้น จะมี.. เพลงภาษาฝรั่งเศส ที่เปิดได้น่ารำคาญมาก เพราะมันจะหลอนหูมากเวอร์ โดยจะมีการสอบ 3 พาร์ทในภาคเช้า กระดาษคำตอบมีทั้งสิ้น 12 หน้ากระดาษ พาร์ทนึงมี 25 คะแนน โดยเกณฑ์ผ่านแต่ละพาร์ทคือ 5 เท่านั้น.. ส่วนคะแนนรวมทั้งหมด เราจำไม่ได้ว่า 50 หรือ 60 คะแนนถึงจะผ่าน มี 3 พาร์ท ก็คือ พาร์ทฟัง (20นาที), พาร์ทอ่านและเขียนรวมกัน (1 ชม.) รวม 3 พาร์ท 1.20 ชม. ตอนแจกข้อสอบ ต้องเขียน code ยาวๆ ของตัวเองก่อน ตามด้วยเขียน Nom (นามสกุล เขียนตัวใหญ่หมด) และตามด้วย Prénom (ชื่อ) จากนั้นครูจะให้ยืมการเพื่อติดเอาชื่อขึ้นไปปิดกระดาษส่วนที่ดำๆ ทึบๆ แต่ห้ามติดโดน code ของตัวเอง

- 📢พาร์ทฟัง (25 คะแนน) 📢 : จะเปิด conversation ผ่านลำโพง (ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่) จะมีการทวนคำสั่ง, เปิดซ้ำ 2 รอบ และก็เว้นเวลาให้ฟังเพื่อตอบคำตอบที่ได้ยิน บางตอนก็ฟังออกไม่ออกบ้าง คือ 4 ข้อแรกของ page 1 นี่ตายเลย ฟังแล้ว shock มาก คืองง จนแบบมั่วไป 4 ข้อ ข้อสุดท้ายเป็นกากบาท ให้กาในช่องมีรูปน้ำส้ม,ไอติม,สลัด มั่วกาสลัดเลย เพราะฟังไม่รู้เรื่อง ... จากนั้นก็จะเริ่มฟังออก จะมีการฟังแล้วตอบ เช่น ถามเวลา สถานที่ ทำของอะไรหล่นแตก คุยกับใคร นัดไปทำอะไร เป็นต้น แต่พาร์ทที่ง่ายที่สุดและคะแนนเยอะที่สุด มี 10 คะแนนคือพาร์ทฟัง situation จะมีภาพมาให้ 6 ภาพ แต่จะให้ฟังแค่ 5 ภาพ แปลว่าอีกภาพนึงหลอกเรา อันนี้คือง่ายมาก มันจะมีคีย์เวิร์ด แค่จับคีย์เวิร์ดได้ก็ทำได้แล้ว เช่น เขาขอยืม Dictionnaire เด็กหญิงอยู่ที่ à la piscine เป็นต้น พาร์ทนี้เราคิดว่าเราได้ประมาณ 13-17 คะแนนอะ

- 📖 พาร์ทอ่าน (25 คะแนน) 📖 : อันนี้ก็ง่าย จะมีแบบเนื้อหาบนอีเมลล์สมมุติมาให้อ่าน ละก็จะถามเช่น สถานการณ์นี้ที่ไหน 2 คนนี้นัดกันกี่โมง เดินทางกันยังไง นัดเจอกันที่ไหน ไปทำอะไร เป็นต้น คืออ่านคำถามเข้าใจ จับคำตอบได้เอามาเปลี่ยนคำนิดหน่อย ละก็เขียนลงไปในกระดาษคำตอบเลย พาร์ทนี้คิดว่าได้ 15-18 คะแนน

- 📝 พาร์ทเขียน (25 คะแนน) 📝 : จะมีการวาด/อธิบายแผนที่ด้วยนะ แต่มีแค่ข้อเดียว ก็แบบ tournez, prenez, passez อะไรแบบนี้ มีการเขียนตอบกลับอีเมลล์แบบ เขา (ชื่อ Myriam) ชวนไปซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อนที่ชื่อ Carlos โดยบังคับตอบว่าเราต้องไปกับเขาละถามเขาว่าแบบไปที่ไหน นัดกี่โมง ละก็เสนอไอเดียไปว่าแบบซื้อของอะไรดี โดยมีกำหนดคำตอบขั้นต่ำคือ 40 คำ มีคะแนน 15 คะแนนเลยจ้า... ลาก่อยยย คือเราเขียนวนหนักมาก ละก็มีเขียนแบบ สมมุติว่าตัวเองอยู่ที่ฝรั่งเศส ให้ใส่ชื่อ, ที่อยู่, หมู่บ้าน *สมมุติเอาก็ได้* ละก็กำหนดให้เขียนชื่อ Activité 2 อัน อันนึงเป็นกีฬา อีกอันเป็นงานอดิเรก (loisir) เขียนวันและเวลา อะไรงี้ พาร์ทนี้คิดว่าได้ 10-15 อะ 55555 📣 สอบ 3 พาร์ทแรกเสร็จประมาณ 10.20 น. รอสอบพูด รอบ 13.00 สอบคนแรกห้อง 341 เหมือนเดิม 📣

👄 รีวิวคำถามการสอบพูด ⁉️  

 ได้สอบคนแรกยั่วๆ จ้า คือเบอร์ 5 สอบตอน 13.00 น. เข้าไปคือตื่นเต้นมาก ลืมที่ท่องมาหมดเลย รนมาก มือสั่น ปากสั่น เข้าไปเขาก็จะทักทายว่า bonjour ก่อน ละก็จะอธิบายคำสั่ง โดยจะเรียงตามนี้  1. ให้เลือกใบกระดาษคำสั่งมา 6 คำ เราสุ่มๆ มา โดยทุกคำจะมีตัว ? อยู่ข้างหลัง ซึ่งหมายถึงว่าให้ตั้งคำถาม เช่น où est... อะไรเทือกนั้น เราได้คำว่า dictionnaire, gymnase, mariage, hiver, manger อีกคำนึกยังไงก็นึกไม่ออก - เสร็จอันแรกแล้วอันที่ 2 จะมีกระดาษอยู่ 6 แผ่น จะยาวและกว้างกว่าคำศัพท์ เราสุ่มเลือกมา อันแรกเป็น sujet 5 กับ sujet 7 ซึ่งอัน 7 คือ pique-nique จะมีคำสั่งด้านบน แล้วเหมือนเล่นบทบาทสมมุติคือคนขายกับคนซื้อ ในกระดาษมี 4 ภาพ คือ baguette, fromage, tomate, les pommes โดยอันนี้จะมีขั้นการจ่ายเงินด้วย บนซองจะพิมพ์คำว่า argent จะมีเงินปลอมอยู่ข้างใน - เสร็จแล้วเขาจะให้กระดาษสีเหลืองมาแผ่นนึง เอาไปให้เขียนเพื่อเตรียมตัวตั้งคำถาม (อนิจจา.. ฉันรนมากจนฟังคำสั่งผิด นึกว่าให้แต่งประโยค แต่ครูที่สอบก็ใจดีนะ เขาก็จะตอบว่า nonnnn ละที่เหลือฟังไม่ออก ฟังออกแค่ questions เลยตั้งคำถามไป) โดยจะมีเวลาเตรียมตัวแค่ 5 นาทีเท่านั้น แล้วพอเราไปนั่งโต๊ะเขียน เขาจะเรียกคนที่เลขถัดจากเรามาสั่งคำสั่งเหมือนกัน 2. เสร็จปุ๊ปให้ จบ 5 นาที เขาจะเรียกเรามา ละก็เริ่มให้เราแนะนำตัว คล้ายๆ basic conversation เกี่ยวกับตัวเราเอง เราแนะนำไปประมาณว่า Bonjour, Je m'appelle Mie ชื่อจริิง. J'ai 16 ans, je suis lycéenne à l'école..... ว่าไป. Je parler le Thaï, le français, le Russe et l'anglais. จากนั้นเขาก็จะถามเรื่องแนวแบบ ชอบสีอะไร (le bleu) ชอบกีฬาอะไร (je préfère le patinage artistique et badminton) มีพี่น้องมั้ย (j'ai une petite sœur) ละก็อยู่กับใคร (mon oncle, ma tante, ma mère, ma grand mère et mon grand-père) ทีนี้ก็จะเริ่มอันแรก คือให้ตั้งคำถาม 6 ใบนั้นแหละ ก็ตั้งแบบโง่ๆ มั่วๆ แบบคนสติหลุดเลย.... แต่เขาก็ติ๊กละเขียนอะไรไม่รู้ อันนี้คำถามที่เราตั้ง แบบตอนตั้งคำถามก็แบบ (นาทีนั้นสมองตึ๊บ) - Quel temps fait-il en hiver? - Allez- vous manger avec nous? - Qui dans la mariage? - Que occupation à gymnase? - Où est dictionnaire? ตั้งคำถามได้โง่มากค่ะ 5555 อีกอันเราลืมไปแล้ว - ให้ซื้อของที่ร้านค้า (อันนี้สตั๊นไปหลายวิ) ประมาณแบบ จะเอาอันไหน ยังไงเท่าไหร่ เราเลยบอกว่า deux baguettes, un fromage et 5 pommes แล้วเขาตอบมาประมาณว่า un fromage หมดแล้ว จะเอา tomate มั้ย เราเลยตอบไปว่า non, je n'aime pas tomate ละเขาก็จะคิดราคา โดยเขาจะมีใบราคาของเขาจะให้เราตั้งคำถามว่าราคาเท่าไหร่ คืออันนี้ช็อคแรงมาก เขาเลยกระซิบมาว่าให้ถามว่าราคาเท่าไหร่ "comme bien ça coûte" จำขึ้นใจ จำจนตายเลยคำนี้ เขาทวนให้หลายรอบ เลยถามกลับไป เขาจะบอกว่า deux baguettes = 2 euro ส่วน cinq pommes = 10 euro ตอนแรกรนมากจนได้ยินเป็น 2 euro.... อนิจจาาาาาา ละเขาก็ถามว่ารวมแล้วเท่าไหร่ ก็คือ 12 euro ตอนนั้นรนจนลืมทุกอย่างกระทั่งตัวเลข... กว่าจะนึกออกว่า douze euro...

*ไว้เดี๋ยวถ้าเราได้ใบประกาศฯหรือยังไงจะเอารูปมาลงให้ เพราะคุณครูบอกว่าผลสอบออกเดือนตุลาคม*


ความคิดเห็นของผองเพิ่ลต่อการทดสอบ DELF 🌟

อันนี้ของเพื่อนสนิทเราจากสายศิลป์คำนวณ เขาถามมาประมาณว่า "เขียนสรุปป่ะ ว่าเออจากทั้งหมดที่ไปมาเป็นไง รู้สึกว่าที่ไปสอบครั้งนี้โอเคไหม อยากพยายามให้มากกว่านี้ ตั้งสติดีกว่านี้ไรงี้5555 แบบความคิดเห็นส่วนตัว พูดถึงครูก็ได้ว่าครูน่ารักมากมาย"

ขอขอบคุณความคิดเห็นจากคุณมิมิ

คำตอบจากมี่น้อยยย

  • สรุป : ถ้ามีโอกาสได้สอบ DELF ก็อยากแนะนำให้สอบเถอะ คิดเอาไว้ว่า "ถ้าไปสอบเองเสียเงิน 2,100 เลยนะ อันนี้โรงเรียนส่งเด็กสอบ 600 บาท ประหยัดเงินพ่อแม่เอาไปซื้อขนมกินได้เท่าไหร่.. ราคาห่างกันตั้ง 1,500 แหน่ะ" ประเด็นเรื่องเงินนั้นสำคัญไฉน เหมาะกับคนขี้งกแบบเรา 5555 แต่ข้อเสียคือ ต้องยอมตื่นเช้าเพื่อแหกตาลุกไปสอบ

  • สอบครั้งนี้โอเคมั้ย : คือถ้าถามเราว่ามันโอเคมั้ยมันก็อาจจะโอเคแหละ คือก็มีความหวังว่ายังไงมันก็คงไม่มีพาร์ทไหนต่ำกว่า 5 คะแนน ละก็คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 50 คะแนน (คาดหวังว่าได้ 65 ขึ้น) แบบว่าถ้าย้อนเวลาไปได้คงไม่ตื่นเต้น พูดแบบมือสั่นปากสั่น ฟังไม่ออก รู้สึกเฟลสุดก็ตอนสอบพูดอะ รู้สึกว่ามันยังไม่ดีที่สุด มันยังไม่ใช่ the best ของเรา 

  • อยากพยายามมากกว่านี้มั้ย : คือมันก็แหงอะ แน่นอนอยู่แล้ว อันนี้เราว่าเรายังไม่ได้ทำเต็มที่จริงๆ มันยังไม่สุดความสามารถของเรา แต่ก็ด้วยความกลัวแล้วก็ตื่นเต้นแหละ อีกอย่างก็สอบครั้งแรกด้วย มันเลยรู้สึกกลัว, ประหม่า, ตื่นเต้น ละก็คิดมากด้วย เหมือนทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปหมดเลย ก็ต้องรอดูผลต่อไปว่าจะได้ diplôme มั้ย คะแนนเป็นไง ถ้ามันออกแล้วสัญญาว่าจะมาบอก

  • ความคิดเห็นส่วนตัว : ถูกต้อง เราสอบเป็นคนแรก คนแรกจะเสียเปรียบเสมอ เพราะว่าเหมือนเข้าไปเสี่ยงตายว่าจะเข้าใจมั้ย เขาจะถามอะไรบ้าง ส่วนคนหลังๆมันก็ได้เปรียบอยู่แล้วแหละ เพราะมันก็หลอกถามคำถามจากเพื่อนคนแรกไปหมดแล้ว คะแนนมันก็คงออกมาดีกว่าเราอะ ทางที่ดี แนะนำว่า "อย่าไปแนะแนวทางอะไรให้เพื่อน มันไม่ใช่ว่าเราเห็นแก่ตัว แต่ตัวเขาเองนั่นแหละที่ต้องแข่งกับตัวเอง ถ้ามาถามคนอื่น ตัวเองก็ได้เปรียบ ได้เวลาคิดคำตอบมากขึ้น ก็มีคะแนนมากขึ้น แต่มันไม่ใช่คะแนนมาจากความโปร่งใสทั้ง 100%" #อย่าพลาดไปตอบแบบเรา อยากจะแนะนำให้มีสติในการฟัง, ถาม และตอบมากๆ มีความมั่นใจในตัวเองเยอะๆ อย่าเข้าไปแล้ว shock, งง ละก็กลัวแบบเรา คะแนนมันเสียไปเยอะ  ก่อนเข้าห้องสอบก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเชื่อมั่นในตัวเองซะ ว่า "เธอก็ทำได้!"

  • ความประทับใจต่อกรรมการที่คุมสอบก็รู้สึกประทับใจพี่กรรมการผู้หญิง คนที่คุมสอบ Groupe 11 ใส่ชุดสีชมพู คู่กับอีกคนที่คุม Groupe 13 ที่เป็นอิสลามใส่ฮิญาบ (เขียนถูกมั้ย) คือกรรมการใจดีมากๆ ตอนที่เราฟังไม่ออก เราไม่เข้าใจ ก็คอยพูด repeat ให้เราฟังตลอด จนเราเริ่มจับคีย์เวิร์ดได้ พอเข้าใจ แล้วตอบเขากลับไปได้ บางทีเราก็ตอบผิด แต่พี่กรรมการก็ช่วยแบบ non non non ละก็พูดเหมือนยกตัวอย่างเป็นภาษาฝรั่งเศสให้ จนเราเข้าใจ และพูดได้ รวมไปถึงคำสั่งบางอันที่เราเข้าใจผิด ก็แอบกระซิบคำตอบหรือภาษาไทยแล้วก็พูดภาษาฝรั่งเศสให้เราพูดตัวคำถามที่เขาพูดตาม เราโชคดีมากที่ได้กรรมการที่ใจดี แต่เพื่อนเราที่สอบกับกรรมการคนอื่น เห็นมันโดนกรรมการตะคอกใส่อะ 555 ขอบคุณพี่กรรมการมากๆ ขอบคุณจริงๆค่ะที่อุตส่าห์ช่วยหนู งั้นหนูขอให้คะแนนหนูเกิน minimale ต่อพาร์ทพูดนะคะ

🌟 ความคิดเห็นจากเพื่อนในห้อง (ที่ชอบตอบคำถาม ตอบตลอด เดะก็ยกมือตอบๆ ออกไปทางพูดมาก 555555) ที่ไปสอบ DELF : "ก็รู้สึกว่าการไปสอบ delf เป็นไรที่ควรจะต้องเตรียมตัวไม่งั้นอาจจะเป็นแบบเราที่ไม่ได้เตรียมอะไรเลยพอไปถึงก็รนไปหมดจนถึงพาร์ทฟังที่ควรจะฟังออกก็ตื่นเต้นจนฟังอะไรไม่รู้เรื่องในข้อแรกแต่ข้อต่อๆ ไปก็เริ่มปรับตัวได้แล้วก็อย่าลืมที่จะจำเลขของตัวเองก่อนสอบด้วยแล้วทุกคนก็ควรมาลองสอบตั้งแต่ม.4 เลยนะพอม.5 จะได้รู้ว่าควรเตรียมตัวยังไงคราวนี้อาจจะทำได้ดีกว่าเดิม!!!"


- ขอขอบคุณความคิดเห็นจากคุณ SK


🌟ความคิดเห็นจากเพื่อนสนิทที่ (เก่ง) นางกำลังจะไปแลกเปลี่ยนอาร์เจนติน่า เดือนกุมภาพันธ์นี้ล้าว เกรดนางม.4 เทอมแรก 3.7× : "ความคิดเห็นเกี่ยวกับสอบ delf a1 ถ้ามั่นใจว่าทำได้ก็ไม่ต้องอ่านเพราะมันง่าย มากๆ มันเทียบกับเด็กประถมบ้านเค้า คือมันง่ายๆจริงๆ แล้วการสอบเนี่ยเค้าไม่เน้นพวก grammaire ด้วย เค้าเน้นว่าเราเขียนรู้เรื่องป่าว เค้าอ่านเข้าใจมั้ย พาร์ทแรกสอบฟังจะเปิดวิทยุ มีประมาณ 4 ข้อใหญ่ ในแต่ละข้อมี 4-5 ข้อย่อย ก็ต้องจับใจความฟังดีๆ ส่วนใหญ่จะถามว่ากี่โมง ที่ไหน ใครบ้าง อีกพาร์ทจะเป็นพาร์ทตอบคำถามรวมกับเขียน 2 พาร์ทนี่ใช้เวลารวมกัน1ชม ตอบคำถามก็ง่ายมากๆถ้าเราเข้าใจและรู้ศัพท์ ศัพท์ก็ไม่ได้ยากมาก ต้องรุ้จักวิธีบอกทาง การนัด ส่วนเขียนจดหมายปีนี้เค้าให้เขียนตอบเมลล์สั้นๆ อ่านรายละเอียดดีๆ ว่าเค้าให้ใส่อะไรลงไปมั่งพาร์ทสุดท้ายสอบสัมภาษณ์ แกไม่ต้องเครียดเลย หายใจลึกๆ ก่อนเข้าห้องสอบถ้าเตรียมมาดี ตอนแรกเค้าก็จะให้เราเลือกศัพท์มา 6 คำ กับอีก 1 สถานการณ์ แล้วก็ให้เราไปเขียนเตรียมตัวว่า เราจะถามคำถามกรรมการที่มีศัพท์ 6 คำนั้นว่าอะไร อย่างเราได้ université, apprendre, chocolat, chanteur, cinéma เราจำได้แค่นี้ ส่วนสถานการณ์เราได้ไปซื้อของที่ตลาด ตอนแรกพอเจอกรรมการก็ให้เราแนะนำตัว ใส่ไปให้หมด ใส่ของดีเราไปพูดให้ยาวๆ เค้าจะได้ไม่ถามมาก เสร็จแล้วเราก็จะถามคำถามเกี่ยวกับศัพท์ 6 คำนั้น แล้วเราก็จำลองสถานการณ์ซื้อของที่ตลาด เราเป็นลูกค้า กรรมการเป็นคนขาย รวมๆใช้เวลา 15-30 นาทีแล้วแต่คน"


- ขอขอบคุณความคิดเห็นจาก TN


🌟ความคิดเห็นจากหัวหน้าห้องศิลป์ฝรั่งเศส 🇫🇷 : "รู้สึกตื่นเต้น ท้าทายดี เหมือนเราได้รู้ระดับของตัวเองว่าที่เรียนมาอยู่ในระดับไหน เราสามารถเอาไปใช้ได้ดีเท่าที่ควรมั้ย ยิ่งตอนสอบพูดตอนคนสัมภาษณ์จ้องหน้ารู้สึกประหม่ามาก แต่แก้ด้วยการจ้องหน้าเค้ากลับเลยรู้สึกมั่นใจขึ้นเพราะเค้าหลบหน้า สนุกดีชอบ ถ้าต้องมาสอบอีกคงต้องเตรียมตัวให้ดีกว่ารอบนี้ "

- ขอขอบคุณความคิดเห็นจากคุณวาววี่


📃 ผลการสอบครั้งนี้ 📃

ใบคะแนนสอบที่จะได้มาก่อนใบประกาศนียบัตร

อันนี้จะเป็นใบคะแนนที่เราจะได้มาในตอนแรก ก่อนที่จะได้ใบประกาศนียบัตรจริงค่ะ

อันนี้เป็นคำอธิบายจากครูที่สอนภาษาฝรั่งเศสให้กับเราที่โรงเรียนนะคะ * Production คือการผลิตชิ้นงานออกมา - Ecrit production : คืองานเขียน เขียนเรื่อง เขียนจากคำสั่ง เขียนจากรูป - Ecrit compréhension : คืออ่านเรื่องแล้วเขียนตอบคำถามจากเรื่อง ประมาณนี้ - Orale production : สอบพูด ที่เขาถามแล้วเราตอบคำถามหรือพูดแนะนำตัวเอง - Orale compréhension : คือฟังแล้วตอบคำถามจากเรื่องที่ฟัง

ด้านหน้าจะเป็นชื่อ,วันเกิด,ที่เกิด,สัญชาติและเลขที่ที่นั่งสอบ

ด้านหลังของใบประกาศนียบัตรจะมีคะแนน

ส่วนข้างหลังก็จะเป็นผลสอบของเราค่ะ - Écrit Production : 23.00/25 - Écrit Compréhension : 16.50/25 - Orale Production : 15.50/25 - Orale Compréhension : 19.00/25 เราได้คะแนนรวมมาทั้งหมด 74/100 ค่ะ เราก็ดีใจนะคะที่ได้คะแนนประมาณนี้ ก็ถือว่าเกินที่คาดหมายมากแล้วค่ะ ❤️ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ 🥰

สำหรับใครที่จะสอบก็แนะนำให้ทำให้ดีที่สุดนะคะ สู้ๆ ค่ะ 🇫🇷


For more information (ต้องการถามข้อมูลเพิ่มเติม)

- Facebook : Askmiemasi

- Mail : askmiemimimi@gmail.com (ใส่หัวข้อที่จะถามมาด้วยนะคะ รอการตอบกลับ 1-3 วันค่ะ)

- Instagram : Askmiemasi_th (private account ที่ปิด private แล้วเพราะมีคนพยายามหา real account เราค่ะ ไม่ชอบมากๆ)

- Twitter : @askmiemimimi (private account)

*แต่ถ้าสะดวกและรวดเร็วที่สุดคือ Facebook ค่ะ*


Bye Bye !!! ขอบคุณที่อ่านและคอยติดตามกันนะคะ เรารู้สึกขอบคุณมากๆ ค่ะ


©2018 - Present

by Askmiemasi_th or "Mie Dyasha" 🍦

Proudly created with Wix.com